งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมงและปศุสัตว์

นายวรวิทย์ คำสิงห์
หัวหน้างานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านเกษตร ประมงและปศุสัตว์
โทร : +668-5722-7218
งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมงและปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานหนึ่งดำเนินงานโดย กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภาระกิจหน้าที่นำเอาองค์ความรู้ ผลสำเร็จต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษา ทดลอง วิจัย จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปขยายผล เผยแพร่ และส่งเสริมพัฒนาอาชีพแก่ประชาชนทั่วพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งได้จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรม จุดเรียนรู้ และจุดศึกษาดูงานภายในศูนย์ศึกษาฯ
จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 พระราชทานแก่คณะผู้นำสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์นิคม ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา “การทำนานี่ หรือถ้าไม่ใช่การทำนาก็การปลูกพืชทำกสิกรรมนี้ เป็นสิ่งสำคัญมาก สำคัญยิ่งสำหรับประเทศชาติ ถ้าไม่มีใครทำนา ถ้าไม่มีใครทำการเพาะปลูกในสิ่งที่รับประทานได้ หรือเพาะปลูกในสิ่งที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับไปสร้างอะไรต่ออะไร หรือไปผลิตสิ่งอื่น ๆ ประเทศชาติก็ไม่มีทางจะอยู่ได้ โดยเฉพาะในสมัยปัจจุบัน การอาชีพเพาะปลูกนี้มีความสำคัญมาก เพราะการเพาะปลูกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ ถ้าเราไม่มีการเพาะปลูกก็จะไม่มีวัตถุดิบที่จะมาเป็นอาหาร หรือเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือเป็นสิ่งก่อสร้าง ฉะนั้น ต้องทำการกสิกรรม”
ได้จัดทำจุดเรียนรู้จุดเรียนรู้การส่งเสริมผลิตพืชอาหารปลอดภัย การผลิตข้าวครบวงจร และการลดต้นทุนการผลิตพืช และจุดเรียนรู้ด้านการส่งเสริมการเลี้ยงชันโรง เพื่อช่วยในการผสมเกสรของพืช

จากพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 “ การปราบศัตรูพืช ถ้าทุ่มเททำไปโดยไม่มีจังหวะที่ถูกต้อง และโดยมิได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้กระจ่างชัดอย่างทั่วถึงก็อาจสิ้นเปลืองแรงงาน ทุนทรัพย์ วัสดุอุปกรณ์ ที่ล้วนมีราคาไปโดยได้รับผลไม่คุ้มค่า ยิ่งกว่านั้น การทำลายศัตรูพืชยังอาจทำลายศัตรูของพืชที่มีอยู่บ้างแล้วตามธรรมชาติ และทำอันตรายแก่ชีวิตคนชีวิตสัตว์เลี้ยงอีกด้วย การพัฒนาอย่างถูกต้องซึ่งหวังผลอันยั่งยืนไพศาล จึงต้องวางแผนงานเป็นลำดับขั้นอย่างถี่ถ้วนทั่วถึงให้องค์ประกอบของแผนงานทุกส่วนสัมพันธ์และสมดุลกันโดยสอดคล้อง ”
ได้จัดทำจุดเรียนรู้การผลิตสารชีวภัณฑ์ และน้ำหมักสมุนไพรเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร และจุดเรียนรู้ด้านการส่งเสริมใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ เพื่อการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

จากพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 พระราชทานแก่ผู้มาเฝ้ารับเสด็จ ณ สวนสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดเพชรบุรี “…ทฤษฎีใหม่นี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะคนที่ทำนี้ต้องไม่ฟุ้งซ่าน ผู้ที่ปฏิบัตินี้ต้องมีความเพียรและต้องอดทนไม่ใช่ว่าทำง่าย ๆ …ไม่ใช่ว่าทำได้ทุกแห่งต้องเลือกที่ แต่ค่อย ๆ ทำไปก็สามารถที่จะขยายความคิดของทฤษฎีใหม่นี้ไปได้ โดยดัดแปลงทฤษฎีนี้ไปได้ โดยดัดแปลงทฤษฎีนี้แล้วแต่สถานที่ แล้วแต่สภาพภูมิประเทศ ”
ได้จัดทำจุดเรียนรู้แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่

จากพระราชดำริเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2527 ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ “…ควรศึกษาโดยมีเป้าหมายเน้นในด้านอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตรระดับครัวเรือนเป็นหลักในลักษณะของโรงงานขนาดเล็กคุณภาพดีพอสมควร มีรูปแบบที่ราษฎรสามารถร่วมกันจัดสร้างขึ้นมาได้ตามมาตรฐาน และแต่ละหมู่บ้านทำได้ในมาตรฐานเดียวกันและหลาย ๆ หมู่บ้านก็จะร่วมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ดำเนินการจำหน่ายผลผลิตออกสู่ตลาดต่อไป…”
ได้จัดทำจุดเรียนรู้ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

เกี่ยวกับหน่วยงาน
เกษตรกรรมเป็นอาชีพพื้นฐานของคนในสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร การพัฒนาด้านการเกษตรเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ คือ ทรงเน้นในเรื่องของการค้นคว้า ทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชต่าง ๆ เพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร ตลอดจนการศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช ทั้งรวมพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ ใช้เทคโนโลยีที่ง่าย และไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรสามารถรับไปดำเนินการเองได้ และที่สำคัญ คือ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือเทคนิควิธีการดูแลต่าง ๆ นั้น จะต้องเหมาะสมกับสภาพสังคม และสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น ดังจะเห็นได้จากทรงทำให้อาณาเขตพระราชฐานพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน บางส่วนเป็นสถานีค้นคว้า ทดลองทางการเกษตรในทุกๆ ด้านมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๕ สำหรับการค้นคว้าทดลองนั้น ได้ทรงเน้นให้มีทั้งก่อนการผลิตและหลังการผลิต พิจารณาดูตั้งแต่เรื่องความเหมาะสมของพืช ความเหมาะสมของดิน รวมทั้งการค้นคว้าเกี่ยวกับความต้องการของตลาด คือ การปลูกพืชที่ตลาดต้องการ ผลิตออกมาแล้วมีที่ขาย ส่วนการค้นคว้าวิจัยหลังการผลิต คือ การดูเรื่องความสอดคล้องของตลาด คุณภาพของผลผลิต หรือทำอย่างไรจึงจะให้เกษตรกรได้มีความรู้เบื้องต้นในด้านการบัญชีและธุรกิจเกษตร สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ผู้บริโภคมีแนวโน้มการบริโภคสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น แต่เกษตรกรในฐานะผู้ผลิตพืชมีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตที่มากเกินความจำเป็น และใช้อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขอนามัยของเกษตรกรผู้ผลิต และผู้บริโภค ผลผลิตพืชปลอดภัยในตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรขาดแรงจูงใจและทัศนคติที่ดีในการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรกรบางส่วนมีความต้องการที่จะผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย แต่เกษตรกรยังขาดความรู้ และทักษะในการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย รวมทั้งขาดความเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภค ทำให้ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยในประเทศไทยมีจำกัด นอกจากนี้ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งจำเป็นที่เกษตรกรจะต้องศึกษา และพัฒนาศักยภาพการผลิตตนเองให้ทันต่อเทคโนโลยี ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถผลิต และจัดการสินค้าเกษตรได้ตามความต้องการของตลาด
งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมงและปศุสัตว์ มีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร โดยการพัฒนาศักยภาพทั้งในด้านการผลิตเริ่มตั้งแต่มาตรฐานกระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรลดใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยการใช้สารชีวภัณฑ์ น้ำหมักสมุนไพร แมลงศัตรูธรรมชาติ ด้านการลดต้นทุนการผลิตพืช โดยการใช้พืชลดต้นทุน เช่น แหนแดง ถั่วพร้า ปอเทือง ถั่วพุ่ม โสนแอฟริกัน การเลี้ยงชันโรงเพื่อช่วยในการผสมเกสรของพืช ซึ่งเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ได้อีกทางหนึ่งด้วย มีการรวมกลุ่ม จนถึงการแปรรูปเชิงเกษตรอุตสาหกรรม ภายใต้การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนเป็นการพัฒนาจุดดูงานด้านการผลิตข้าวแบบครบวงจร ให้เป็นต้นแบบที่เกษตรกร และประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง และเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพทางการเกษตร