ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ
- ประเภท:ศูนย์เรียนรู้ฯ รอบศูนย์
ด้าน: ด้านการปลูกและการแปรรูปผักเชียงดา
2. ปีที่จัดตั้ง:ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ฯ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560
ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ (วันที่แต่งตั้ง : 16 สิงหาคม พ.ศ.2566)
3. ข้อมูลเกษตรกรผู้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้/ผู้แทน
3.1) ชื่อ-นามสกุล : นางวิไลวรรณ จันทราศรี
3.2) วัน/เดือน/ปีเกิด : 14 มีนาคม พ.ศ.2502 อายุ : 65 ปี
3.3) สถานภาพ : หม้าย
3.4) การศึกษา : ประถมศึกษาปีที่ 4
3.5) เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 087-1938998
4. ข้อมูลศูนย์เรียนรู้ฯ
4.1) ที่ตั้ง : บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 9 ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
4.2) พิกัดที่ตั้ง : 47Q (X)516590 (Y)2082655
4.3) ระยะทางการเดินทาง (ระยะทางจากศูนย์ศึกษาฯ) : 19.3 กิโลเมตร
4.4) ความพร้อม/จำนวนผู้เยี่ยมชมที่สามารถรับได้ (ต่อครั้ง) : 50 คน
4.5) ความพร้อม/จำนวนผู้พักแรมที่สามารถรับได้ (ต่อครั้ง) : ไม่พร้อมรับผู้พักแรม
5. ก่อนเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ก่อนเข้าร่วมโครงการกับทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกรมีอาชีพเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ โดยเป็นลูกฟาร์มของบริษัทซีพี ต้องใช้ต้นทุนในการเลี้ยงสูง และมีการจ้างแรงงานเพิ่ม เกษตรกรมีรายได้รับสูง และมีรายจ่ายจึงสูง เนื่องจากต้นทุนในการเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อสูง เกษตรกรเป็นกำลังหลักของครอบครัว ต้องเข้าไปตรวจเช็คทุกวัน เนื่องจากเกษตรกรเป็นผู้สูงอายุ สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จึงทำให้ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องไม่ไหว จึงหาช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติม ในปี 2559 เกษตรมีโอกาสเข้ารับการอบรมหลักสูตรการปลูกและการแปรรูปผักเขียงดาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เมื่อได้รับองค์ความรู้ฯจากศูนย์ฯ เกษตรกรเริ่มต้นนำผักเขียงดาที่ได้รับจากการอบรมมาปลูกบริเวณรั้วบ้านของตนเอง เมื่อผักเชียงดาเจริญโตสามารถเก็บใบได้ เกษตรกรจึงเริ่มเก็บใบเชียงดา และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากศูนย์ฯมาต่อยอดแปรรูปเป็นชาผักเชียงดา เริ่มแรกเกษตรกรทดลองทำเพื่อรับประทานเอง เมื่อทานแล้วรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น จึงนำชาผักเชียงดาไปแบ่งให้เพื่อบ้านรับประทาน เพื่อนบ้านเกิดความสนใจ เพราะทานผักเชียงดาสุขภาพดีขึ้น จึงซื้อชาผักเชียงดาจากเกษตรกร นอกจากนี้เกษตรกรยังนำขนุนดิบภายในสวนของตนเองมา แปรรูปเป็นขนุนทอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต เนื่องจากผลขนุนสุกจำหน่ายได้ราคาถูก
6. หลังเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
หลังเข้าร่วมโครงการกับทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เกษตรกรเริ่มทำชาผักเขียงดาแบบจริงจัง เกษตรกรจำหน่ายชาผักเชียงดา เริ่มเป็นที่รู้จัก และมีลูกค้าประจำมาซื้ออย่างต่อเนื่อง ผักเชียงดาที่ปลูกในบริเวณบ้านไม่เพียงพอต่อการนำมาแปรรูปเป็นชาผักเชียงดา เกษตรกรจึงรับซื้อใบผักเชียงดาจากเพื่อนบ้านและหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงในปี 2560 เกษตรกรมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมในโครงการการอบรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์และการตลาด และมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตการเกษตรบ้านแคว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรเกิดแนวคิดต่อยอดของตนเอง จึงนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ดีขึ้น โดยการปรับปรุง
บรรจุภัณฑ์ชาผักเชียงดาของตนเอง ต่อมามีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากซองชาผักเชียงดาเป็นผักเชียงดาชนิดแคปซูล นอกจากนี้บุตรสาวของตนเองได้เข้ามามีส่วนร่วม ในด้านการตลาด โดยบุตรสาวช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชาผักเชียงดาของตนเองผ่านทางสื่อออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า “ผักเชียงดา สมุนไพรบ้านยายคนดี” อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ปลูกผลผลิตที่ ต.ออนใต้ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ในการเป็นต้นทางในการผลิตเชียงดา การล้าง และการตาก เพื่อส่งมายังศูนย์เรียนรู้เพื่อแปรรูปและบรรจุเพื่อจำหน่ายต่อไป ปัจจุบันมีผู้สนใจทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงาน ที่บ้านของเกษตรกร และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง โดยการรับซื้อใบผักเชียงดา และจ้างแรงงานเพื่อมาบรรุชาผักเชียงดา ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ภายในชุมชนแก่ผู้สูงอายุ ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวได้ถูกยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านการปลูกและแปรรูปผักเชียงดา นางวิไลวรรณ จันทราศรี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2566 โดยได้รับเกียรติจาก นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรรมการโดยตำแหน่ง ให้เกียรติเปิดศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริดังกล่าว
7. ข้อมูลรายละเอียด
7.1) พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด จำนวน 1 ไร่
แบ่งเป็น – พื้นที่อยู่อาศัย โรงแปรรูป และอาคารสำนักงานจำนวน 1 ไร่
7.2) กิจกรรมที่ดำเนินการ
– กิจกรรมปลูกผักเชียงดา
– กิจกรรมการแปรรูปผักเชียงดา
– กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว
– กิจกรรมการปลูกไม้ผล
7.3) รายได้และต้นทุนดำเนินการภาคการเกษตร
| ที่ | กิจกรรม | รายได้ (บาท/ปี) | ลดรายจ่าย (บาท/ปี) | ต้นทุนค่าใช้จ่ายรวม (บาท/ปี) |
| 1 | ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร | 900,000 | – | 253,110 |
| รวมรายได้ทั้งหมด | 960,000 | – | 253,110 | |
8. ฐานการเรียนรู้และหัวข้อการเรียนรู้
– การปลูกผักเชียงดา
– การแปรรูปผักเชียงดา
9. กิจกรรมสาธิตและการฝึกปฏิบัติของศูนย์เรียนรู้
– การปลูกผักเชียงดา
– การแปรรูปผักเชียงดา
10. ความภาคภูมิใจ/รางวัลที่ได้รับ
มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นศูนย์เรียนรู้เครือข่ายศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เกิดการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ จากการได้เข้ามาเรียนรู้ฝึกอบรม ศึกษาดูงานเรื่องการแปรรูปผักเชียงดา จากศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ จนสามารถรายได้และสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับครอบครัวและชุมชน โดยการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนบ้านแม่ดอกแดงให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มรายได้อีกด้วย







Total views : 1635